เว็บบาคาร่าออนไลน์ดีที่สุด

ออกแบบ

กระเป๋าผ้าไหมแบรนด์ PAVA โอกาสอีกก้าวของผ้าไทยในตลาดโลก

admin

กระเป๋าผ้าไหมแบรนด์ PAVA โอกาสอีกก้าวของผ้าไทยในตลาดโลก

เวลาคนเรามีความชอบในอะไรบางอย่าง แน่นอนว่าย่อมมีความรู้สึกที่อยากจะส่งต่อให้ผู้อื่น เพื่อให้สิ่งนั้นยังคงอยู่ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การจะส่งต่อความชอบแบบรุ่นสู่รุ่นด้วยวิธีเดิม ๆ อาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป จำเป็นต้องมองให้ไกลขึ้น และใส่ความคิดสร้างสรรค์ลงไป เพื่อสร้างความแตกต่างจากที่เคยเป็น อย่างที่คุณแหวนแหวน ปวริศา เพ็ญชาติ ได้นำความชื่นชอบใน “ผ้าไหมไทย” มาต่อยอดเป็นกระเป๋าผ้าไหมสุดชิค ภายใต้แบรนด์ PAVA ที่ปัจจุบันได้ขึ้นแท่นเป็นไอเทมระดับไฮเอนด์ที่ตลาดแฟชั่นโลกต้องการไปเรียบร้อยแล้ว

เริ่มต้นจากความชอบ

คุณแหวนแหวนเปิดเผยว่าแบรนด์ PAVA เริ่มมาจากความชอบผ้าไหมไทยของตนเอง เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่มีความเป็นไทยสูง ทำให้รับรู้ได้ว่าผ้าไหมเป็นวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า แต่เมื่อโตขึ้นก็เห็นว่ามันเริ่มจางหายไปจากสังคมไทย ซึ่งต่างกับกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติวัยเดียวกันที่มีแต่ความชื่นชมในผ้าไทย ดังนั้นเมื่อกลับมาจากอเมริกาแล้วก็รู้สึกว่าอยากจะนำวัฒนธรรมจากภูมิปัญญาชาวบ้านอย่างผ้าไหมมาทำอะไรสักอย่าง

“ปกติจะชอบเอาผ้าไหมมาใส่ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว อย่างตอนที่เรียนอยู่อเมริกาก็ให้เพื่อนต่างชาติที่เป็นดีไซเนอร์ตัดแจ็คเก็ตผ้าไหมให้ เขาก็ชมตลอดว่าเนื้อผ้าสวย เพราะมีความเงา เวลาโดนแสงแล้วจะเห็นเหลือบสีต่าง ๆ แหวนเลยเห็นว่าผ้าไหมไทยที่มีทั้งความสวยงาม ความเป็นเอกลักษณ์ และเป็นวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่านี้มีโอกาสไปทางตลาดอินเตอร์ได้ เลยอยากเอาผ้ามาดีไซน์ใหม่ ให้คนไทยรุ่นใหม่และชาวต่างชาติเห็นผ้าไหมแล้วว้าว มีความรู้สึกอยากใช้ในชีวิตประจำวันกันมากขึ้น เพื่อทำให้ผ้าไหมกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย และเป็นการผลักดันผ้าไทยไปสู่ตลาดโลกด้วย”

แฟชั่น

เมื่อความแตกต่างคือคำตอบ PAVA จึงเกิดขึ้น

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะลงมือสร้างสรรค์สิ่งใหม่จากผ้าไทย ผ้าไหมเลิฟเวอร์คนนี้ไม่รอช้าที่จะเดินหน้าศึกษาความต้องการของตลาดว่าแท้จริงแล้วอยากได้อะไร ซึ่งคำตอบน่าสนใจที่ได้กลับมาคือ “ความแตกต่าง” เพราะหลายอย่างในโลกเริ่มเป็น Mass Market คนส่วนใหญ่เลยอยากมองหาสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้น

ประกอบกับเมื่อไม่กี่ปีก่อน เธอจะไปงานหนึ่งซึ่งแต่งชุดผ้าไหมตามที่ชอบ แต่หากระเป๋าผ้าไหมที่มีดีไซน์ทันสมัย เข้ากับชุดและบุคลิกตนเองไม่ได้ สุดท้ายต้องไปสั่งทำใหม่ นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่าตนอยากจะทำกระเป๋าผ้าไหมที่ไม่เหมือนใคร ภายใต้ชื่อแบรนด์ PAVA โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้วัสดุหลักเป็นผ้าไหมทอมือ 100% เท่านั้น ซึ่งตรงกับเทรนด์โลกที่กำลังรณรงค์เรื่องความยั่งยืน (Sustainability) ด้วยการใช้สินค้าที่ผลิตจากธรรมชาติ และกระเป๋าทุกรุ่นจะ Limited Edition มีแค่ไม่กี่ใบในโลก ตอบโจทย์ความแตกต่างที่หลายคนกำลังตามหา เพราะผ้าทอมือไม่สามารถทอลายเดียวกันในจำนวนมากได้

งานผ้าไหมไม่ใช่เรื่องง่าย

“ผ้าไหมมีความละเอียดอ่อนมาก ข้อจำกัดเยอะ เวลาเอามาทำกระเป๋าจะต้องวางลายผ้าอย่างมีแพทเทิร์น อัดกาวให้ดี และต้องจับคู่สีให้เหมาะสม เพราะแบรนด์ PAVA จะต้องดูเปรี้ยวเหมาะกับยุคสมัย ในขณะเดียวกันผู้ใหญ่จะต้องใช้ได้ด้วย จำเป็นต้องใช้ช่างฝีมือไทยที่มีความเชี่ยวชาญสูง ซึ่งหายากขึ้นทุกวัน จนตอนแรกก็ท้อใจ แต่ความรู้สึกว่าอยากทำให้ได้มีมากกว่า เราอยากให้คนรุ่นใหม่สนุกกับการได้ใช้ผ้าไหมในชีวิตประจำวัน”

เธอกล่าวก่อนจะเล่าถึงความยากในด้านอื่นว่า คนที่จะทำธุรกิจด้านนี้ต้องมีใจรักเป็นทุน เพราะคนรุ่นใหม่ยังไม่ได้เปิดรับผ้าไหมไทยมากนัก คนทำแบรนด์จะต้องเป็นหนึ่งในผู้ปลุกกระแสให้ผ้าไทยกลับมา ด้วยการพยายามสื่อสารให้คนรุ่นใหม่และคนต่างชาติได้รับรู้ถึงคุณค่า ซึ่งการสื่อสารกับคนต่างชาติจะง่าย เพราะเขารู้สึกว่ามันสวย ไม่ได้มีภาพจำว่าเป็นของที่เชย แต่กับคนไทยจะค่อนข้างยาก เพราะติดภาพจำว่าผ้าไทยดูสูงวัยไปแล้ว หรืออาจจะด้วยราคาที่เขายังรู้สึกว่าแพงเกินไป

พากระเป๋าผ้าไหมไปตลาดแฟชั่นโลก

หลังจากที่เรียนรู้และรับมือกับความยากของการทำกระเป๋าผ้าไหมได้แล้ว เมื่อประมาณสองปีก่อน PAVA ก็เปิดสาขาแรกที่สยามพารากอน โดยกลุ่มคนที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายแต่กลายมาเป็นกลุ่มลูกค้าหลักคือชาวดูไบ คุณแหวนแหวนเลยเห็นโอกาสที่จะขยายตลาดไปทางนั้น ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก เพราะได้รับการตอบรับอย่างดีจากคนในวงการแฟชั่นของทางนั้น และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้นำสินค้าไปโชว์ที่ปารีส แฟชั่น วีค และที่นิวยอร์กในปีเดียวกันด้วย แสดงให้เห็นว่าต่างชาติชื่นชอบกระเป๋าผ้าไหมไทยมากเลยทีเดียว

“เคยถามลูกค้าว่าทำไมเลือกซื้อกระเป๋าของเราแทนที่จะเป็นแบรนด์เนม แล้วได้คำตอบว่าของแบรนด์เนมใคร ๆ ก็ซื้อได้ แต่ของที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟแบบนี้มีน้อยชิ้นในโลก ไม่ใช่ใครก็ซื้อได้”

อย่างไรก็ตาม เธอแนะนำว่าการทำตลาดต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จแบบนี้ มาจากการศึกษาก่อนว่าคนแต่ละประเทศชอบอะไร เพื่อปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์สินค้าให้เหมาะสม อย่างประเทศตะวันออกกลางจะชอบความหรูหรา ตัวกระเป๋าจะมีการเพิ่มดีเทลเป็นเพชรเม็ดเล็ก ๆ เข้าไป ฝั่งยุโรปจะชอบงานคราฟท์ที่เนี้ยบ เน้นความมีเรื่องราว ก็จะต้องเล่าสตอรี่ว่ากระเป๋าทำมาจากผ้าไหมที่เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่ถูกส่งต่อกันมาเป็นร้อยปี ส่วนลูกค้าฝั่งอเมริกาจะให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ถ้าวัสดุเป็นหนังหรือมีขนสัตว์มากเกินไปจะไม่ดี

ชาเลนจ์ใหญ่ของการทำธุรกิจยุคนี้

การที่ PAVA สามารถไปตลาดโลกได้ในเวลาไม่นาน นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของทั้งแบรนด์และอุตสาหกรรมผ้าไหมไทย แต่สิ่งสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ควรมองต่อไปคือ ‘การสร้างแบรนด์ให้ยั่งยืน’ โดยคุณแหวนแหวนได้แชร์ประสบการณ์ในเรื่องนี้ว่า การจะสร้างแบรนด์ให้มีความยั่งยืนในยุคนี้ได้ จำเป็นต้องใช้ทักษะหลายอย่าง ทั้งให้ความรู้ (Educate) กับลูกค้าเรื่อย ๆ จนกว่าเขาจะอินกับสินค้า การพยายามเข้าไปอยู่ในตำแหน่ง Top of Mind ให้ได้ เพราะตอนนี้สังคมเต็มไปด้วย Fast Fashion คนมีความภักดี (Royalty) ต่อแบรนด์น้อยลงมาก แบรนด์ต้องปรับตัวตามให้ทัน อย่าทำอะไรช้าเกินไป เพราะลูกค้ามีตัวเลือกเยอะขึ้น และพร้อมจะเปิดรับสิ่งใหม่ตลอดเวลา

TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2022 ทางลัดสู่ Top of Mind

เมื่อเทียบระหว่างการให้ความรู้ลูกค้ากับการก้าวสู่ Top of Mind แน่นอนว่าอย่างหลังดูจะยากกว่า เพราะจำเป็นต้องใช้เวลาและศึกษาหลายด้าน เพื่อให้รู้เทรนด์หรือความต้องการของตลาดที่แท้จริง ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะทำเรื่องนี้เพียงลำพังได้ โดยเฉพาะกับดีไซเนอร์หน้าใหม่ จึงจำเป็นต้องมีทางลัดอย่าง TEXTILES TREND BOOK SPRING/SUMMER 2022 เข้ามาช่วย

คุณแหวนแหวนกล่าวถึงเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ว่า เป็นเหมือนแสงสว่างของคนทำงานในวงการแฟชั่นไทย ที่ทำให้เห็นทิศทางของแฟชั่นโลกว่าสีอะไรกำลังอินเทรนด์ โดยมีการระบุลึกลงไปถึงที่ไปที่มาของสี ซึ่งล้วนเป็นวัตถุดิบตามธรรมชาติที่หาได้ทั่วไป เช่น สีเหลืองดอกบวบ สีดินแดงเทศ สีหงสบาท เป็นต้น เป็นการเปิดโลกทัศน์ให้รู้ว่าวัตถุดิบในท้องถิ่นไทยสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากมาย อีกทั้งยังเข้ากับกับเทรนด์ Sustainability ด้วย

สำหรับแรงบันดาลใจที่เธอได้มาจากเทรนด์บุ๊กคือ ‘ผ้าขิดสีเหลืองดอกบวบ’ ชื่อว่าอู่ข้าวอู่น้ำ เป็นผ้าที่ชนะการประกวดมา และได้แรงบันดาลใจมาจากความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยในเรื่องของทรัพยากรธรรมชาติอย่างท้องทุ่งนาที่มีรวงข้าวสีทองยามโดนแสงอาทิตย์ ส่วนลายผ้าจะเป็นคันนา เคียวเกี่ยวข้าว และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่สวยงามเหมือนภาพวาดที่ประเมินค่าไม่ได้

“รู้สึกว่าผ้าผืนนี้มีเรื่องราวและคุณค่าในตัวเองสูงมาก แหวนเลยตัดสินใจเลือกมาทำเป็นกระเป๋าผ้าไหม ซึ่งกว่าจะเสร็จก็ค่อนข้างเครียด เพราะผ้ามีความประณีตมาก ขึ้นชื่อว่าทอยากที่สุด และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้นำมาทำเป็นกระเป๋าด้วย แต่สุดท้ายก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ออกมาเป็น THAitems ที่สวยมาก ๆ ทั้งในแง่ของเรื่องราวและสีสันเลยค่ะ”

ตั้งแต่วันแรกที่คุณแหวนแหวนเริ่มเห็นช่องทางในการสืบสานสิ่งที่ชอบให้คงอยู่ มาจนถึงวันนี้ที่กระเป๋าแบรนด์ PAVA กลายเป็นไอเทมแฟชั่นระดับโลก เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าอนาคตของผ้าไทยยังมีลู่ทางให้ก้าวต่อไปได้อีก แค่ต้องการดีไซน์ที่ทันสมัย การทำตลาด และการปรับทัศนคติของคนไทยรุ่นใหม่ให้มองผ้าไทยไปในทางที่ดีขึ้น

Tags:
Back to top